กันยายน 28, 2021

เว็บแทงบอลดีที่สุด

เว็บแทงบอลดีที่สุด 2021 เดิมพันออนไลน์ 24 ชม.

ข่าวกีฬา ใส่เต็มที่ vs หนีทีมแกร่ง : วิธีไหนดีกว่ากันเพื่อเป้าหมายแชมป์?

1 min read
ข่าวกีฬา

ข่าวกีฬา ใส่เต็มที่ vs หนีทีมแกร่ง : วิธีไหนดีกว่ากันเพื่อเป้าหมายแชมป์?

 

ข่าวกีฬา

โลกของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นั้นช่างซับซ้อน เราได้เห็นอะไรแปลกๆ มาพอสมควรจากรายการต่างๆในอดีต

ฝรั่งเศส ที่มีตัวรุกระดับโลกเลือกเล่นเกมสวนกลับ ในเกมกับ เบลเยียม เมื่อฟุตบอลโลก 2018, เดนมาร์ก ที่เป็นมวยแทน กลายเป็นแชมป์ยุโรปในปี 1992, โปรตุเกส กลายเป็นแชมป์ยูโร 2016 ทั้งๆที่รอบแบ่งกลุ่มไม่ชนะใครเลยแม้แต่ทีมเดียว

และในยูโร 2020 สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเรื่อง “การไม่ขอเป็นแชมป์กลุ่ม” เพื่อหลีกหนีทีมแกร่งที่รออยู่ในรอบน็อกเอาต์ หลายคนบอกว่าแม้จะดูเหมือนการเล่นที่ไม่เต็มที่ แต่ก็แลกมาซึ่งโอกาสในการไปถึงแชมป์ได้ง่ายกว่า?

เรื่องนี้จริงหรือไม่? หรือเป็นแค่ทฤษฎีที่แค่คิดกันไปเอง? ติดตามได้ที่ Main Stand..

หนีแชมป์รอบแบ่งกลุ่ม เพื่อโอกาสเป็นแชมป์ทัวร์นาเมนต์

13

รอบแบ่งกลุ่มถือเป็นศึกที่เหมือนการเปิดโอกาสให้กับทีมต่างๆที่เข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ได้ประเมินศักยภาพของตัวเองในสถานการณ์จริง เพราะนี่คือรอบที่ทุกๆทีมจะมีโอกาสได้ลงแข่งขันเท่ากันหมดคือ 3 นัด (อ้างอิงจากการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย) พวกเขามีโอกาสแพ้ได้อย่างน้อยๆ 1 เกม เพื่อหาทีมที่ดีที่สุด 2 อันดับแรกเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป

สำหรับฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ยูโร นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมานั้น มีวิธีการที่ต่างออกไปเล็กน้อย เพราะมีการเพิ่มทีมเข้าแข่งขันจาก 16 เป็น 24 ทีม ซึ่งการเพิ่มจำนวนทีม ทำให้เอื้อต่อการใช้กลยุทธ์ต่างๆในรอบแบ่งกลุ่มมากขึ้นอีก เพราะนอกจากทีมอันดับ 1-2 ที่เข้ารอบแล้ว ยังมีทีมอันดับ 3 ของแต่ละกลุ่มที่มีผลงานดีที่สุด 4 จาก 8 กลุ่ม เข้าสู่รอบน็อกเอาต์เพิ่มเข้าไปด้วย

 

โดยธรรมชาติแล้วการเป็นที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 นั้น เราสามารถเห็นความต่างและประเมินได้โดยสัญชาตญาณในทันที อันดับ 1 มักจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งจะถูกจับจองด้วยชาติมหาอำนาจด้านฟุตบอลทั้งสิ้น ส่วนอันดับ 2 และ 3 ก็จะลดหลั่นความแกร่งกันลงมา

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มันแตกต่างออกไปได้ ภายใต้กลุ่มการแข่งขันที่เรียกว่า “กรุ๊ป ออฟ เดธ” หรือกลุ่มที่เต็มไปด้วยทีมเก่งๆมารวมตัวกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ง่ายที่สุดใน ยูโร 2020 คือสถานการณ์ของ กลุ่ม F ที่มีทีมอย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน และ โปรตุเกส รวมถึงอีก 1 ทีมที่เล่นในบ้านของตัวเองอย่าง ฮังการี

เมื่อมีทีมเก่งๆอยู่ในสายถึง 3 ทีม นั่นหมายความว่า ในกลุ่ม F มีโอกาสสูงมากที่ 3 ชาติที่อยู่ในอันดับท็อป 5 ของโลกจะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ทั้งหมด และนั่นส่งผลกระทบไปยังการแข่งขันในกลุ่ม D (ประกอบด้วย อังกฤษ, สาธารณรัฐเช็ก, โครเอเชีย และ สกอตแลนด์) เพราะหากใครเป็นแชมป์กลุ่มนี้จะต้องเข้าไปเจอกับทีมอันดับของ 2 ของกลุ่ม F ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้ง ฝรั่งเศส, เยอรมัน และ โปรตุเกส

 

พูดง่ายๆว่า การได้เป็นแชมป์กลุ่มอาจจะทำให้ทีมทีมนั้นต้องเจองานยากในการเข้ารอบเป็นรองแชมป์กลุ่มในรอบน็อกเอาต์ ซึ่งมันผิดจากสถานการณ์ปกติของฟุตบอล ที่ทุกทีมล้วนอยากจะเป็นผู้ชนะในทุกการลงสนาม

ดังนั้น มันจึงเกิดคำถามขึ้น หรือแม้แต่สื่อจากอังกฤษเองอย่าง Daily Mail ก็ยังเขียนบทความวิเคราะห์ไว้ว่า พวกเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องชนะในเกมสุดท้าย เพื่อให้ อังกฤษ เข้ารอบเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม D แล้วไปเจอกันงานที่ง่ายกว่าในรอบต่อไปนั่นเอง.. แต่นี่คือวิธีที่ดีหรือไม่? และแฟนบอลของพวกเขาจะรับได้จริงหรือ?

ขอบคุณข่าว : www.sanook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : ufabetform.com

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.